รถญี่ปุ่นเหนื่อยแน่ จีนท้ารบ 50 แบรนด์เปิดตัว 11 พ.ย นี้

เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันรถยนต์จากจีนได้รุกคืบตีตลาดเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง บางรุ่นสามารถชิงขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มรถยนต์ใน Segment เดียวกัน ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของเจ้าตลาดเดิมอย่างญี่ปุ่นนั้นถูกแบ่งไปไม่น้อย

ล่าสุดเจ้าตลาดเดิมอาจต้องคิดหนักเข้าไปอีก เมื่อค่ายรถจีนรุกหนักขึ้น รวมตัวเตรียมตั้ง “สมาคมผู้ผลิตยานยนต์จีน”ในประเทศไทย เพื่อผนึกกำลังแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และสร้างพลังต่อรองการลงทุนกับภาครัฐ หวังชิงส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยก่อนคู่แข่ง และคาดว่าจะมีการเสนอกลุ่ม CP นั่งนายกสมาคม

ข้อมูลการอัพเดตล่าสุด อ้างอิงจากสำนักข่าว ประชาชาติธุรกิจ ในวันที่ 11 เดือน 11 นี้ ค่ายรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์และผู้ผลิตชิ้นส่วนชาวจีนที่ประกอบกิจการในประเทศไทย รวมกันราว ๆ 50 ราย จะจัดแถลงข่าวเปิดตัว สมาคมผู้ผลิตยานยนต์จีน อย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายใช้เป็นเวทีสำหรับกลุ่มนักลงทุนจีนในอุตสาหกรรมยานยนต์ แลกเปลี่ยน แบ่งปัน พัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงแนวทางการขยายตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นระบบ ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนขอจดทะเบียนตั้งเป็นสมาคม ซึ่งน่าเรียบร้อยในเร็ว ๆ นี้

โดยในขณะนี้ BYD ค่ายยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของจีน ตอบเข้าร่วมแล้ว รวมไปถึง เอ็มจี, แม็คซัส, โฟตอน, เกรท วอลล์ฯ, เนต้า, ดีเอฟเอสเค, เซเรส, และโวล์ท, ก็ตอบรับเข้าร่วมเรียบร้อย รวมไปถึงกลุ่มรถจีนที่ยังไม่พร้อมเปิดตัวในไทยอย่าง ฉางอัน, เฌอรี่, ก็ได้รับการทาบทามเพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกด้วย 

และนอกจากกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์จากประเทศจีน ผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่ของไทย อย่างไทยซัมมิท ของกลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจ, ซัมมิท ออโต บอดี้ ของกลุ่มจุฬางกูร และอาปิโก้ ไฮเทค ก็ถูกเชิญชวนให้เข้าร่วมด้วย เนื่องจากเป็นเจ้าใหญ่ในตลาดประเทศไทย ซึ่งผู้ผลิตยานยนต์จีนแทบทุกรายต้องใช้ชิ้นส่วนจาก 3 บริษัทนี้เป็นหลัก

สำหรับการรวมตัวในครั้งนี้ของกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์จีน แสดงชัดว่าพวกเค้าเริ่มเอาจริงกับตลาดรถยนต์ในเมืองไทย ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นโอกาสดี เนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงรอยต่อการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์น้ำมัน ไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าตามเทรนด์ของโลก  ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของจีนนั้นรุดหน้ารวดเร็วอย่างมาก ซึ่งสวนทางกับเจ้าตลาดเดิมอย่างญี่ปุ่น

นอกจากนั้นการรวมตัวของผู้ผลิต จะทำให้ข้อเสนอที่จะส่งไปยังภาครัฐนั้นมีน้ำหนักมากขึ้น จากเดิมที่ผู้ผลิตแต่ละรายมีการทำข้อเสนอไปยังภาครัฐเอง ทำให้บางครั้งไม่ได้รับการตอบรับที่ตรงจุด  แต่หากเป็นการกลั่นกรองจากคณะกรรมการสมาคมและบรรดาสมาชิก ก็จะสามารถเสนอสิ่งต่างๆ ไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากกว่า  ในจุดนี้นี่เอง จะเป็นการแข่งขันที่แท้จริงของทั้งสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ฝั่งของญี่ปุ่น และสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ของจีน ซึ่งจะมีน้ำหนักถ่วงดุล ที่สูสีมากขึ้น 

และจากรายงานของศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่ามีโอกาสที่จีนอาจจะชิงส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ EV ได้ถึง 80% ยอดขายทั้งหมด ที่คาดว่าในปี 2565 ตลาดรถอีวีจะจำนวนมากกว่า 10,000 คัน ซึ่งถือว่าขยายตัวมากกว่า 412%  จากปี 2564  

ก็ต้องมาดูกันต่อว่า เมื่อกลุ่มจีนจับมือกันรุกตลาดรถยนต์ในไทยขนาดนี้ ฝั่งเจ้าตลาดเดิมอย่างญี่ปุ่นนั้น จะแก้เกมนี้อย่างไร  หรือจะกลายเป็นจีนที่จะพลิกขึ้นมาเป็นผู้นำแทนที่

เพื่อนๆละครับคิดเห็นยังไง มีข้อดี ข้อเสียยังไงบ้าง เมื่อผู้ผลิตฝั่งจีนจับมือกันแบบนี้  คิดเห็นยังไง คอมเม้นมาพูดคุยกันหน่อยนะครับ

 

Related Posts