GMC Hummer EV SUV อสูรกายทางเรียบที่มาพร้อมขุมพลังแรงบิดมากกว่า 15,600 นิวตัน-เมตร

หากพูดถึงแบรนด์ GMC Hummer ละก็ หลายคนคงนึกถึงรถ SUV บ้าพลัง ที่กำเนิดจากทางการทหาร นอกจากนั้นตัวมันเองยังถูกตราหน้าว่าเป็นรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษสูงมากๆอีกด้วย และด้วยความที่เป็นสัญลักษณ์ของความฟุ่มเฟือย และการปล่อยมลพิษสูง Hummer จึงถูกปิดฉากลง หลังจากปล่อยรุ่น H3 ออกทำตลาด ในช่วงปี 2005 – 2010

แต่แล้ว Hummer ก็ไม่ย้อนสิ้นชีพ และหวนกลับมาพร้อมกับขุมพลังใหม่ที่ใสสะอาด สลัดทิ้งภาพลักษณ์เดิมๆจนหมดสิ้น เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ทาง GM หรือ General motors ได้เปิดตัวรถกระบะไฟฟ้าตัวแรงอย่าง GMC Hummer EV ที่มาพร้อมขุมพลัง 1,000 ซึ่งก็ทำเอาสาวก EV ต่างน้ำลายหกกันตามๆกัน นอกจากนั้นหลังการเปิดจองรอบแรกจำนวน 10,000 คันนั้น โควต้าทั้งหมดก็ถูกจองเต็มภายใน 10 นาทีเท่านั้น เรียกว่ากระแสตอบรับดีสุดๆ

แน่นอนว่าเหล็กกำลังร้อน ต้องรีบตี ทางค่ายจึงไม่ปล่อยให้รอนาน ปล่อยอสูรยักษ์ ไฟฟ้ารุ่นใหม่อีกหนึ่งรุ่นอย่าง GMC Hummer EV SUV  เป็นอีกหนึ่งร่างของ GMC Hummer EV โดยทั้งสองนั้นจะใช้พื้นฐานเดียวกัน มีความแตกต่างที่ตัวถังภายนอกเท่านั้น ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสายลุยที่ชอบรถ SUV  นอกจากนั้น GMC ยังเปิดกว้างให้ลูกค้าสามารถเลือกตกแต่งรถของตัวเองได้ค่อข้างอิสระ ตามความต้องการของตัวเอง

ภายในของรถนั้นตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม ตัดด้วยสีอ่อนอย่าง น้ำตาล สำหรับสไตล์ LUNAR SHADOW และตัดด้วยสีขาว สำหรับ LUNAR HORIZON ตัวรถมาพร้อมหน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบดิจิตอลความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลกลางแบบทัชสกรีน ขนาด 13.4 นิ้ว ที่เป็นทั้งหน้าจออินโฟเทนเม้น และหน้าจอสั่งการฟังกฺชันต่างๆของรถ พวงมาลัยของรถเป็นแบบกลมพร้อมปุ่มควบคุมมัลติฟังกฺชั่น  ระบบเสียงนั้นประกอบไปด้วยลำโพง 14 ตำแหน่งจาก Bose พร้อมด้วยระบบ Electric Vehicle Sound Enhancement (EVSE)เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีสำหรับการฟังเพลง

สร้างประสบการการขับขี่ที่สะดวกสบายบนทางหลักด้วย SUPER CRUISE ระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบแฮนด์ฟรีบนเส้นทางที่รองรับมากกว่า 200,000 ไมล์ ในสหรัฐอเมริกา และ แคนนาดา

ตัวรถมาพร้อมหลังคาแบบ infinity roof สามารถถอดออกได้ ช่วยให้ดื่มด่ำกับประสบการณ์เปิดโล่งงเช่นเดียวกันกับรถเปิดประทุน 

สำหรับขุมพลังขับเคลื่อนนั้น แม้ว่า GMC Hummer จะพลิกโฉมมาเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแล้ว แต่เอกลักษณ์ของความบ้าพลังยังไม่ถูกทิ้งไปไหน  โดยตัวรถนั้นมาพร้อมขุมพลังขับเคลื่อนด้วยมอเอตร์ไฟฟ้าแบบ tri motor หรือเป็นการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ 3 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุด 830 แรงม้า พร้อมแรงบิดอันบ้าครั่งที่ 11,500 LB-FT. หรือ 15,640 นิวตัน-เมตร  สามารถเร่งจาก 0 – 60 ไมล์/ชม. ได้ใน 3.5 วินาที ซึ่งช้ากว่า ในเวอร์ชั่น Pickup 0.3 วินาที และช้ากว่า Lamborghini Aventador เพียง 0.6 วินาทีเท่านั้น  ขับเคลื่อด้วยชุดแบตเตอรี่ Ulthium ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ของ GM  สามารถพารถไปได้ไกลมากกว่า 480 กม/ชาร์จ  รองรับระบบ DC Supercharge 300 kW ที่ให้ระยะทาง 160 กิโลเมตร ด้วยการชาร์จไฟเพียง 10 นาทีเท่านั้น

และนอกจากขุมพลังอันมหาศาลที่เป็นจุดเด่นแล้ว ตัวรถยังมาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานที่เรียกได้ว่าล้นคัน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่แบบออฟ-โรด แก่เจ้าของรถ ได้แก่

ระบบช่วงล่าง Extract mode โดยระบบกันสะเทือนแบบ Adaptive air Ride จะสามารถปรับเพิ่มความสูงของรถขึ้นได้อีก 6 นิ้ว เพื่อข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ หรือการลุยน้ำได้ง่าย และมั่นใจมากยิ่งขึ้น 

4 wheel steer ตัวรถมาพร้อมกับระบบเลี้ยวทั้ง 4 ล้อ ช่วยให้การเค้าโค้ง หรือการเลี้ยวในที่แคบ ทำได้แม่นยำ และคล่องแคล่วมากยิ่งขึ้น  นอกจากนั้นตัวรถยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน Clab walk ที่จะช่วยให้รถสามารถเคลื่อนที่ไปด้านข้างได้เหมือนกับการเดินของปู โดยล้อทั้ง 4 จะสามารถหมุนได้ 10 องศา ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง

ระบบกล้องมองภาพรอบคัน Ultra Vision ที่มาพร้อมกับกล้องมองภาพรอบคันทั้งหมด 17 จุด รวมไปถึงมุมไต้ท้องรถด้วย ทำให้คุณสามารถเลือกมุมมองในมุมต่างๆของรถ เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจในการบุกตลุยไปในทุกเส้นทาง หรือจะเลือกมุมมองรอบคันแบบ 360 องศาก็ยังได้

โดยระบบช่วงล่างของรถนั้นจะถูกหุ้มด้วยเกราะแข็งแรงพิเศษ เพื่อป้องการความเสียหายต่อระบบช่วงล่างของรถขณะตะลุยไปในเส้นทางที่ยากลำบาก 

สำหรับราคาจำหน่ายของ GMC Hummer EV SUV นั้นแบ่งออกเป็น 5 รุ่นย่อย โดยรุ่นเริ่มต้นคือ Hummer EV SUV ตัวรถจะมาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ Dual motor ที่ให้กำลังสูงสุด 625  แรงม้า พร้อมแรงบิด 9,620 นิวตัน-เมตร ทำระยะทางได้ 400 กิโลเมตร/ชาร์จ หรือสามารถเลือกเป็น 480 กิโลเมตรได้เป็นออฟชั่นเสริม โดยถูกตั้งค่าตัวไว้ที่ 79,995 ดอลล่าสหรัฐ หรือประมาณ 2.4 ล้านบาท ซึ่งในรุ่นนี้จะพร้อมจำหน่ายหลังสุดช่วงกลางปี 2024

และในรุ่น top สุดคือ Hummer EV SUV Edition 1 with available Extreme Off-Road Package ตัวรถจะมาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ Tri motor ที่ให้กำลังสูงสุด 830  แรงม้า พร้อมแรงบิด 15,640 นิวตัน-เมตร ทำระยะทางได้ 448 กิโลเมตร/ชาร์จ ในรุ่นนี้ตัวรถจะถูกติดตั้งอุปกรณ์เสริมมาให้แบบเต็มพิกัด โดยถูกตั้งค่าตัวไว้ที่ 110,595 ดอลล่าสหรัฐ หรือประมาณ 3.4 ล้านบาท ซึ่งในรุ่นนี้จะพร้อมจำหน่ายในช่วงต้นปี 2023

Related Posts