GMC Hummer EV กระบะไฟฟ้าบ้าพลัง เริ่มส่งมอบให้กับลูกค้า

 

หากจะพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะในกลุ่มรถกระบะแล้วละก็ GMC Hummer EV ถือเป็นหนึ่งรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกพูดถึงมากที่สุด  ด้วยชื่อชั้นที่ถูกสร้างมาตั้งแต่เจเนอเรชั่นที่เป็นรถน้ำมัน ที่ได้ชื่อว่าเป็นรถกระบะบ้าพลัง ซึ่ง DNA ดังกล่าวนั้นยังถูกส่งต่อมาจนถึงเจเนอเรชั่นของรถยนต์ไฟฟ้า

ล่าสุด GM พร้อมแล้วที่จะส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของค่ายที่ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Ulthium แก่ลูกค้า นั่นคือ GMC Hummer EV รุ่น Edition1 ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดในไลน์การผลิต

โดยจุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นดังกล่าวนั้น เรียกได้ว่าสุดทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่ขุมพลังขับเคลื่อนที่มาพร้อมมอเตอร์ 3 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุด 830 แรงม้า พร้อมแรงบิดอันบ้าครั่งที่ 15,640 นิวตัน-เมตร  สามารถเร่งจาก 0 – 60 ไมล์/ชม. ได้ใน 3 วินาที ซึ่งเร็วพอๆกับกับ Lamborghini Aventador เลยทีเดียว  ตัวรถถูกจ่ายพลังงานด้วยชุดแบตเตอรี่ Ulthium ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ของ GM  สามารถพารถไปได้ไกลมากกว่า 526 กม/ชาร์จ  รองรับระบบ DC Supercharge 300 kW ที่ให้ระยะทาง 160 กิโลเมตร ด้วยการชาร์จไฟเพียง 10 นาทีเท่านั้น  ซึ่งระยะเดินทางนี้หลายคนอาจมองว่าน้อย  แต่เมื่อเทียบกับขนาดและน้ำหนักของตัวรถแล้วนั้นก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

และนอกจากขุมพลังอันมหาศาลที่เป็นจุดเด่นแล้ว ตัวรถยังมาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานที่เรียกได้ว่าล้นคัน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่แบบออฟ-โรด แก่เจ้าของรถ ได้แก่

ระบบช่วงล่าง Extract mode โดยระบบกันสะเทือนแบบ Adaptive air Ride จะสามารถปรับเพิ่มความสูงของรถขึ้นได้อีก 6 นิ้ว เพื่อข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ หรือการลุยน้ำได้ง่าย และมั่นใจมากยิ่งขึ้น 

ระบบ 4 wheel steer ตัวรถมาพร้อมกับระบบเลี้ยวทั้ง 4 ล้อ ช่วยให้การเค้าโค้ง หรือการเลี้ยวในที่แคบ ทำได้แม่นยำ และคร่องแคล่วมากยิ่งขึ้น  นอกจากนั้นตัวรถยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน Clab walk ที่จะช่วยให้รถสามารถเคลื่อนที่ไปด้านข้างได้เหมือนกับการเดินของปู โดยล้อทั้ง 4 จะสามารถหมุนได้ 10 องศา ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ทำให้รถสามารถเคลื่อนที่ในแนวทะแยงได้

Watts to Freedom – ประสบการณ์ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกได้ ซึ่งจะปลดปล่อยความสามารถในการเร่งความเร็วเต็มรูปแบบของระบบขับเคลื่อน EV ทำให้รถสามารถรีดพละกำลังสูงสุดออกมา และสามารถเร่งจาก 0-60-mph ในเวลาประมาณ 3 วินาทีเท่านั้น

ระบบกล้องมองภาพรอบคัน Ultra Vision ที่มาพร้อมกับกล้องมองภาพรอบคันทั้งหมด 17 จุด รวมไปถึงมุมไต้ท้องรถ ทำให้คุณสามารถเลือกมุมมองในมุมต่างๆของรถ เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจในการบุกตลุยไปในทุกเส้นทาง หรือจะเลือกมุมมองรอบคันแบบ 360 องศาก็ยังได้ โดยระบบช่วงล่างของรถนั้นจะถูกหุ้มด้วยเกราะแข็งแรงพิเศษ เพื่อป้องการความเสียหายต่อระบบช่วงล่างของรถขณะตะลุยไปในเส้นทางที่ยากลำบาก

สร้างประสบการการขับขี่ที่สะดวกสบายบนทางหลักด้วย SUPER CRUISE ระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบแฮนด์ฟรีบนเส้นทางที่รองรับมากกว่า 200,000 ไมล์ ในสหรัฐอเมริกา และ แคนนาดา โดยตัวรถสามารถเร่งแซงและเปลี่ยนเลนได้เองอัตโนมัติ

และสำหรับราคาจำหน่ายของเจ้าอสุรกายทางเรียบอย่าง GMC Hummer EV นั้นแบ่งออกเป็น 4 เกรดคือ

Hummer EV Edition 1 วิ่งได้ได้ 526 กม/ชาร์จ ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุด และถูกจองเต็มโควต้า 10,000 คันใน 10 นาที มีค่าตัวที่ 110,295 ดอลล่าสหรัฐ หรือราว 3.7 ล้านบาท จะเริ่มส่งมอบในปลายปี 2021 นี้

รุ่น Hummer EV 3x วิ่งได้ไกล 480 กม/ชาร์จ มีค่าตัวที่ 99,995 ดอลล่าสหรัฐ หรือราว 3.3 ล้านบาท จะเริ่มส่งมอบในปลายปี 2022

รุ่น Hummer EV 2x วิ่งได้ไกล 480 กม/ชาร์จ มีค่าตัวที่ 89,995 ดอลล่าสหรัฐ หรือราว 3 ล้านบาท จะเริ่มส่งมอบในช่วงต้นปี 2023

และรุ่น Hummer EV 2 ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น วิ่งได้ไกลมากกว่า 400 กม/ชาร์จ มีค่าตัวที่ 79,995 ดอลล่าสหรัฐ หรือราว 2.7 ล้านบาท จะเริ่มส่งมอบในช่วงต้นปี 2024

โดยภาพรวมแล้ว ทั้งการดีไซน์รวมไปถึงขุมพลัง เชื่อว่าใครที่ได้เห็นเจ้ารถยนต์ไฟฟ้าคันนี้ ก็ต้องมีความคิดที่ว่า อยากมีไว้ครอบครองซักคันอย่างแน่นอน  แต่สำหรับตลาดเมืองไทยเรานั้นคงหมดสิทธ์ เพราะนอกจากไม่มีตัวแทนจำหน่ายแล้ว  การที่นำเข้าจากต่างประเทศเชื่อว่าราคาจะทะลุเพดานไปมากกว่านี้อีกมากเลยทีเดียว

ที่มา : insideevs

 

Related Posts