MG จัด “EV Marathon” พิสูจน์แล้วว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าสามารถวิ่งไปได้ทุกที่ทั่วไทย

ประเด็นที่น่าจับตามองตอนนี้ หนีไม่พ้นความร้อนแรงของกระแส “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” ที่กลายเป็นวาระแห่งชาติ ที่คนไทยหันมาสนใจยนตรกรรมประเภทนี้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ หากมองในมุมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค จะพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อและใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะมีทั้งเรื่องของสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ครอบคลุม ประเภทของรถ ขนาดของแบตเตอรี่ ระยะทางในการขับขี่ ฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ หรือแม้กระทั่งราคาจำหน่าย และปฏิเสธไม่ได้ว่า แบรนด์รถยนต์ เอ็มจี ถือเป็นแบรนด์ที่มีความพร้อมที่จะตอบสนองทุกปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นแบรนด์ผู้บุกเบิกและผู้นำตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่ไม่ใช่มุ่งแค่พัฒนายนตรกรรมแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ยังสร้างและเสริมความแข็งแกร่งให้กับสิ่งสำคัญอย่าง “ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า” หรือ EV Ecosystem ที่ครบวงจรและครอบคลุมในทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เพื่อทำให้คนไทยสามารถใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจ ง่าย สะดวกสบายมากที่สุด โดยเฉพาะการลดความกังวลและปลดล็อกข้อจำกัดในเรื่องของ ระยะทางในการขับขี่ โดยเอ็มจีได้ลงทุนในด้านเครือข่ายสถานีชาร์จ MG Super Charge ที่ปัจจุบันมีมากถึง 120 แห่งทั่วประเทศ หรือในทุกๆ 150 กิโลเมตร จะมีสถานี MG Super Charge อย่างน้อย 1 แห่ง ทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเอ็มจี จะสามารถแวะจุดชาร์จได้ตลอดการเดินทาง และด้วยการที่ MG Super Charge เป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้ากระแสตรง หรือ DC Charge จึงทำให้ผู้ขับขี่สามารถชาร์จไฟได้เร็วขึ้น พร้อมที่เดินทางในระยะไกลได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น

ช่วงเวลาก่อนการเปิดตัว NEW MG ZS EV รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% เจเนอเรชั่นที่ 2 ของเอ็มจี เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา เอ็มจีได้ริเริ่มโปรเจกต์พิเศษเพื่อเป็นการสร้างบทพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และทำให้เห็นว่าระยะทางต่อการชาร์จเต็มไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญต่อการตัดสินใจอีกต่อไป กับโปรเจกต์ที่มีชื่อว่า EV Marathon โดยโปรเจกต์ดังกล่าว นอกจากจะเป็นการทดสอบรถก่อนการเปิดตัวแล้ว ยังทำให้ผู้บริโภคเห็นถึง MG EV Ecosystem หรือระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่เอ็มจีได้ลงมือทำมาอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการขับขี่กว่า 4,880 กิโลเมตร ผ่านทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ภายในระยะเวลาเพียง 7 วัน

สำหรับโปรเจกต์ EV Marathon นี้ยังถือเป็นการเผยให้เห็นถึงการทดสอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ครอบคลุมทั้งการทดสอบ Online Tuning Dynamometer Bench Test ในห้องแล็บ เพื่อตรวจเช็คอัตราการสิ้นเปลืองกระแสไฟและระยะทางต่อการวิ่ง หลังจากนั้นจะเป็นการนำรถไปทดสอบในถนนจริงในสภาพแวดล้อมต่างๆ หรือ On-Site Normal Altitude & High Altitude โดยการทดสอบในครั้งนี้ เป็นการทดสอบที่มากกว่าการทดสอบแบบปกติทั่วไปด้วยนักทดสอบเพียง 2 คน กับรถ 1 คัน ที่ขับขี่ในทุกสภาพถนนทั่วประเทศไทย ตลอดระยะเวลาต่อเนื่อง 7 วัน

ติดตามบทพิสูจน์ศักยภาพของ NEW MG ZS EV กับโปรเจกต์ EV Marathon ได้แล้ววันนี้

การทดสอบในครั้งนี้ มีทีมงานของเอ็มจีที่เข้าร่วมการทดสอบพร้อมกับ NEW MG ZS EV ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มากมาย ทั้ง คุณฐิติพัฒน์ ประจิตร เจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจผู้จำหน่ายและอดีตผู้ฝึกสอนการขับขี่ และคุณกิตติคุณ คำเวียงสา ผู้จัดการส่วนเครื่องยนต์และยานยนต์ไฟฟ้า วิศวกรรมผลิตภัณฑ์ โดยทั้งสองท่านนี้จะทำหน้าที่เป็นผู้ทดสอบและผู้ถ่ายทอดเรื่องราวรวมถึงประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้จากการทดสอบ NEW MG ZS EV ในโปรเจกต์ EV Marathon ตลอด 7 วัน ขับขี่ผ่านทุกภูมิภาคและทุกสภาพถนนทั่วประเทศไทย รวมทั้งหมด 4,880 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางของการทดสอบนอกจากจะทดสอบการขับขี่และสมรรถนะของรถแล้ว ยังมีการลองฟังก์ชั่น สิ่งอำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีต่างๆ ของตัวรถ อาทิเช่น ระบบ V2L (Vehicle-to-Load) ที่สามารถดึงกระแสไฟจากรถออกมาใช้กับอุปกรณ์ภายนอกได้ ซึ่งทำให้ NEW MG ZS EV เปรียบเสมือนแหล่งพลังงานไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ในการทดสอบครั้งนี้ นอกจากนี้ยังได้เห็นการวางแผนเส้นทางของผู้เชี่ยวชาญ ในการวางระยะและกำหนดจุดชาร์จ MG Super Charge ในจุดต่างๆ ตลอดเส้นทาง เพื่อให้มีประสิทธิภาพและประหยัดเวลามากที่สุด

 

ข้อมูลระยะทางในแต่ละเส้นทาง รวมถึงเวลาและกระแสไฟที่ใช้ในแต่ละวัน มีรายละเอียดดังนี้

  • Day 1: ชลบุรี – อุบลราชธานี

ระยะทางรวม 740 กิโลเมตร ใช้เวลาทั้งหมด 10 ชั่วโมง 30 นาที และใช้กระแสไฟ 108.4 kWh

  • Day 2: ผาชะนะได – มุกดาหาร – เลย

ระยะทางรวม 815 กิโลเมตร ใช้เวลาทั้งหมด 13 ชั่วโมง 30 นาที และใช้กระแสไฟ 183.4 kWh

  • Day 3: เลย – เชียงราย

ระยะทางรวม 726 กิโลเมตร ใช้เวลาทั้งหมด 10 ชั่วโมง 30 นาที และใช้กระแสไฟ 137.2 kWh

  • Day 4: เชียงราย – ภูชี้ฟ้า – อุทัยธานี

ระยะทางรวม 846 กิโลเมตร ใช้เวลาทั้งหมด 13 ชั่วโมง 20 นาที และใช้กระแสไฟ 144.2 kWh

  • Day 5: หุบป่าตาด – ชุมพร

ระยะทางรวม 658 กิโลเมตร ใช้เวลาทั้งหมด 9 ชั่วโมง และใช้กระแสไฟ 149 kWh

  • Day 6: ชุมพร – นครนอก

ระยะทางรวม 607 กิโลเมตร ใช้เวลาทั้งหมด 9 ชั่วโมง 10 นาที และใช้กระแสไฟ 108.8 kWh

  • Day 7: ปลายทางแหลมตาชี

ระยะทางรวม 488 กิโลเมตร ใช้เวลาทั้งหมด 8 ชั่วโมง 30 นาที และใช้กระแสไฟ 71.8 kWh

Related Posts