MG Marvel R Electric เปิดคำสั่งซื้อล่วงหน้า ค่าตัว1.5-1.9 ล้านบาท ในยุโรป

หลังจากเมื่อช่วงเดือน มีนาคม 2021 ที่ผ่านมา MG Europe ได้เปิดตัว MG Marvel R Electric ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า SUV ระดับหรูของค่าย ซึ่งเราก็เคยนำเสนอข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 มิ.ย 2021 ที่ผ่านมา MG มีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยการเปิดให้มีการสั่งซื้อล่วงหน้าแล้วสำหรับ MG Marvel R 

สำหรับ MG Marvel R นั้น จะเป็นรถยนต์ SUV แบบ 5 ที่นั่ง ในกลุ่ม C-segment โดยมีมิติตัวถังยาว 4,674 มม.กว้าง 1,919 มม. สูง 1,618 มม. และมีระยะฐานล้อที่ 2,800 มม.  หากเทียบกับกลุ่มรถยนต์ที่ทำตลาดในประเทศไทยนั้นก็จะมีความไกล้เคียงกับ Honda CR-V นั่นเอง

ดีไซน์ภายนอกนั้นจัดว่าเป็นหนึ่งในรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการดีไซน์ได้สวยมากอีกหนึ่งรุ่น องค์ประกอบโดยรวมส่วนใหญ่ถูกจัดวางอย่างลงตัว  ด้านหน้าของรถนั้นโดดเด่นด้วยกระจังหน้ารูปทรงตัว X ที่มีเส้นสายคมชัด เพิ่มความดุดันให้หน้ารถ ไฟ DRL รูปทรงตัว C เชื่อมถึงกันทั้งสองข้าง  ส่วนไฟส่องสว่างนั้นจะถูกติดตั้งในตำแหน่งกันชนหน้า  ส่วนด้านท้ายนั้น มาพร้อมกับกันชนหลังทรงสปอร์ต ไฟท้าย LED รูปทรงสปอร์ต เชื่อมถึงกันทั้งสองข้าง พร้อมไฟเบรกดวงที่สาม ด้านท้ายมาพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 357 ลิตร และเพิ่มเป็น 1,396 ลิตรได้เมื่อพับเบาะแถวหลังลง  นอกจากนั้นใต้ฝากระโปรงหน้ารถยังเก็บสัมภาระได้อีก 150 ลิตร

ส่วนภายในห้องโดยสารนั้นก็สวยสปอร์ตไม่แพ้ภายนอก การตกแต่งโดยรวมนั้นมาในโทนสีเข้ม หน้าจอควบคุมกลางแบบทัชสกรีนขนาด 19.4 นิ้วแนวตั้ง พร้อม MG iSMART ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งจออินโฟเทนเม้น และควบคุมสั่งการส่วนต่างๆของรถ ซึ่งสามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้จากระยะไกล เชื่อมต่อได้ทั้ง WIFI Hotspot ,apple carplay, androind auto มีฟังก์ชันการนำทางการจราจรแบบเรียลไทม์ การค้นหาที่จอดรถ การค้นหาจุดชาร์จของ MG การพยากรณ์อากาศ และเพลงออนไลน์ของ Amazon Prime ทั้งหมดสามารถสั่งงานได้ด้วยเสียงโดยไม่จำเป็นต้องใช้มือสัมผัสหรือละสายตาจากถนน

ส่วนหน้าปัดของรถเป็นแบบ Full digital ขนาด 12.3 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสปอร์ต D-shape ตัวรถมาพร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูง สามารถเชื่อมต่อ 5 G ได้ พร้อม MG Pilot assit ที่ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ 28 ตัว เพื่อใช้สำหรับประมวลผลการขับขี่กึ่งอัตโนมัติระดับ L3 ครอบคลุมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) 14 ระบบ ที่เตือนผู้ขับขี่ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นและเข้าแทรกแซงหากจำเป็น

นอกจากนั้นตัวรถยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน V2L หรือ Vehicle to Load ที่สามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ภายนอกอื่นๆได้ เช่น Laptop จักรยานไฟฟ้า หรือแม้กระทั้งชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าด้วยกันก็ยังได้  โดยระบบทั้งหมดจะถูกควบคุมด้วยซอฟแวร์อัฉริยะ ที่สามารถอัพเดตได้แบบ OTA ( Over the air ) เหมือนกันกับของ Tesla นั่นเอง

 

และในส่วนของขุมพลังขับเคลื่อนของรถนั้น MG Marvel R จะมีให้เลือก 2 สเปคคือ

รุ่น Dual motor ขับเคลื่อนล้อหลัง  ในรุ่นนี้ตัวรถจะมาพร้อมกับพละกำลัง 180 แรงม้า พร้อมแรงบิด 410 นิวตัน-เมตร สามารถเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม ได้ใน 7.9 วินาที  ตัวรถสามารถวิ่งได้ไกลราว 402 กม./ชาร์จ ตามมาตรฐาน WLTP

และรุ่น Tri motor ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยการใช้มอเตอร์กำลังสูง 3 ตัว จะให้พละกำลังรวมที่ 288 แรงม้า พร้อมแรงบิด 665 นิวตัน-เมตร ในรุ่นนี้ตัวรถจะสามารถเร่งจาก 0 – 50 กม/ชม ใน 1.8 วินาที และ จาก 0 – 100 กม/ชม ใน 4.9 วินาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่ที่ค่อนข้างดีมาก สำหรับรถที่มาพร้อมตัวถัง SUV ขนาด C-segment ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 200 กม/ชม  และสามารถเดินทางได้ไกล 370 กม./ชาร์จ ตามมาตรฐาน WLTP

สำหรับความจุของแบตเตอรี่นั้น ทั้งสองขุมพลัง จะรับพลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 70 kWh ที่มาพร้อมออนบอร์ด AC ขนาด 11 kW สำหรับชาร์จกับไฟบ้าน  ส่วนการชาร์จเร็วกับสถานีชาร์จ DC นั้นทางค่ายเครมว่าจะสามารถชาร์จไฟจาก 5 – 80% ได้ใน 43 นาที แต่ไม่ได้บอกว่าสามารถรองรับกำลังไฟได้สูงสุดเท่าไหร่

สำหรับ MG Marvel R Electric นั้นมีช่วงราคาเริ่มต้นที่ 40,000 – 50,000 ยูโร หรือราวๆ 1.5 – 1.9 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบได้ในช่วงปลายปี 2021 นี้ในฝั่งยุโรป

ซึ่งก็เป็นที่น่าสนใจว่าทาง MG ประเทศไทยนั้นจะมีแผนนำเจ้า MG Marvel R เข้าทำตลาดในไทยหรือไม่ เพราะปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าของ MG ที่ทำตลาดในไทยนั้นมีสองรุ่นคือ MG ZS EV ซึ่งเป็น SUV ขนาดเล็กในกลุ่ม B-suv และ MG EP ซึ่งเป็นรถ Station wagon นั่นหมายความว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยยังมีที่ว่างสำหรับ MG Marvel R อยู่ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับ SAIC motor และ MG ประเทศไทยเท่านั้นว่าจะมีการพัฒนา MG Marvel R พวงมาลัยขวา สำหรับทำตลาดในประเทศไทยหรือไม่

เพื่อนๆละครับหลังจากที่ได้เห็นโฉมหน้าพร้อมทราบสเปคของเจ้า MG Marvel R คันนี้แล้ว คิดเห็นยังไงกันบ้าง สวยถูกใจใครบ้างหรือไม่ และหาก MG ประเทศไทยนำรุ่นนี้เข้าทำตลาด มีใครสนใจรึเปล่า

ที่มา : mgmotor.eu

Related Posts