Mirai รถยนต์ Hydrogen fuel cell ลูกรักของโตโยต้า แม้จะแทบขายไม่ได้ แต่ก็ยังถูกพัฒนาต่อจนถึงปัจจุบัน

สำหรับ toyota mirai นั้น เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานทางเลือกของโตโยต้า ที่ถูกพัฒนามาอย่างยาวนาน โดยตัวรถนั้นจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ที่ได้จากการทำปฏิกิริยาของ ไฮโดรเจนและออกซิเจน และแม้ว่าตัวรถเจนแรกนั้นจะทำยอดขายได้ไม่เข้าเป้า หรือจะเรียกว่าล้มเหลวเลยก็ว่าได้

แต่ทางโตโยต้าเองก็ไม่ยอมแพ้ ลุยพัฒนารถเจเนอเรชั่นที่สองต่อ และได้ทำการเปิดตัวทำตลาดไปแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ในประเทศญี่ปุ่นและฝั่งอเมริกา 

สำหรับ toyota mirai นั้น จะเป็นรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ Full-size Luxury 

  • ความยาวตัวถัง 4,935 มม.
  • กว้าง 1,885 มม.
  • สูง 1,470 มม.
  • ระยะฐานล้อที่ 2,920 มม. 

โดยรถในเจนสองนั้นถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นกว่าเจนแรกอยู่เล็กน้อย

สำหรับการออกแบบภายนอกของรถนั้น ก็จัดว่าโดดเด่น และดูมีความทันสมัยตามยุคปัจจุบัน  แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น นั่นก็คือขุมพลังขับเคลื่อนของรถนั่นเอง

Toyota mirai นั้นจะมาพร้อมกับมอเตอร์กำลังสูงขนาด 182 แรงม้า พร้อมแรงบิด 300 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่งจาก 0 – 100 กม/ชม ได้ใน 9 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 175 กม./ชม. โดยพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดจะถูกผลิตจาก Fuel Cell Stack ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฮโดรเจนเป็นพลังงานไฟฟ้า ตรงจุดนี้เรียกว่าเป็นหัวใจหลักของรถเลยก็ว่าได้ครับ 

สำหรับ toyota mirai gen2 นั้น มีการปรับปรุงในหลายจุด เช่นการเพิมความจุของถังบรรจุไฮโดรเจน จากเดิม ที่เก็บได้ 4.6 กก. เพิ่มเป็น 5.6 กก. และการปรับปรุง Fuel Cell Stack ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้รถสามารถวิ่งได้ไกล 850 กม/การเต็มไฮโดรเจนเต็มถัง ซึ่งมากกว่าเจนแรกประมาณ 30 % แบตเตอรี่ของรถถูกเปลี่ยนมาใช้แบบ Lithium-ion แทนแบตเตอรี่นิกเกิล เมทัลไฮดรายด์ที่ใช้ในเจนก่อน ทำให้สามารถเก็บพลังงานได้มากขึ้น เสถียรขึ้น และเบาลงกว่ารุ่นก่อน

ส่วนการเติมเชื้อเพลิงของรถนั้นจะใช้เวลาประมาณ 5 นาที สำหรับการเติมไฮโดรเจนเต็มถัง ซึ่งก็จะใช้เวลาพอๆกันกับการเติมน้ำมัน ซึ่งทางโตโยต้าเชื่อว่าการใช้เชื้อเพลิงเป็นไฮโดรเจนนั้นจะเป็นอนาคตที่แท้จริงของพลังงานทางเลือก มากกว่าไฟฟ้าที่มีการผลิตจากโรงงานบางส่วนที่มีการเผาไหม้ถ่านหินและก๊าสธรรมชาติเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

และสำหรับ toyota mirai นั้น ถูกจัดเต็มออฟชั่นและเทคโนโลยีมาแบบแน่นคัน รวมถึงระบบความปลอดภัย toyota safety sense  เรียกได้ว่า toyota อัดเทคโนโลยีแทบทุกอย่างที่มี มาให้กับรถยนต์รุ่นดังกล่าว 

ก็ต้องมาดูกันต่อว่า รถยนต์ไฟฟ้าไฮโดรเจนของโตโยต้านั้น จะสามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้รึเปล่า แล้ว gen2 จะได้รับการตอบรับจากลูกค้ามากกว่า gen1 หรือไม่ ต้องรอติดตามกันต่อไปครับ

Related Posts