Vision-s ลงวิ่งทดสอบถนนจริง

หลังจากในปีที่แล้ว SONY บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ได้เซอร์ไพรซ์ทั้งโลกด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Sony Vision-s ที่งาน CES 2020 ซึ่งก็สร้างความประหลาดใจ และเรียกความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานได้อย่างมาก ล่าสุดทางโซนี่ ได้นำ Vision-s ลงทดสอบในถนนจริง พร้อมกับกับปล่อยวิดีโอทดสอบของรถออกมาให้เราได้ชมกัน  สำหรับ sony vision-s นั้นไม่ใช้เพียงรถยนต์ไฟฟ้าทั่วๆไป เพราะตัวรถนั้นเรียกว่าอัดแน่นเทคโนโลยีต่างๆอย่างแน่นคัน ตัวรถมีเซ็นเซอร์รอบคันกว่า 40 จุด เพื่อใช้ประมวลผลข้อมูลรอบตัวรถ สำหรับระบบแจ้งเตือนและระบบควบคุมควบการขับขี่อัตโนมัติ  ระบบอำนวยความสะดวกและอินโฟเท้นเม้นในรถนั้นถูกพัฒนาร่วมกับซัพพลายเออร์อีกหลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมต่างๆบนแดชบอร์ดนั้นถูกพัฒนาโดย Blackberry QNX ระบบสื่อสารไร้สายพัฒนาโดย Qualcomm  และระบบเสียง 3D นั้นเป็นของ Nvidia ที่ผู้โดยสารแต่ละคนสามารถเลือกปรับรูปแบบเสียงของตัวเองได้แบบอิสระ นอกจากนั้นตัวรถยังประกอบไปด้วยเซ็นเซอร์อัจริยะ ที่สามารถจดจำใบหน้าผู้โดยสาร และประเมินสภาพร่างกายได้ เช่นหากมีผูโดยสารในรถกำลังหลับ ตัวรถจะปรับลักษณะเบาะ พร้อมกับปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมเพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ด้านขุมพลังของตัวรถนั้นจะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนสองชุด เพื่อแยกขับล้อคู่หน้าและหลัง ให้กำลังตัวละ 200 kW หรือประมาณมาณตัวละ 268 แรงม้า สามารถเร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 4.9 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับ Sony Vision-s นั้น แม้จะมีการทดสอบในถนนจริงแล้ว แต่ตัวรถนั้นยังจะถูกพัฒนาต่อและทดสอบอีกซ้ำๆ เพื่อที่จะรวมรวมข้อมูลสำหรับการพัฒนารถที่ดีที่สุด เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2021 ดูเหมือนว่าการทำรถยนต์ไฟฟ้านั้นจะไม่ใช่ประเด็นหลักของเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่อีกต่อไป เพราะปัจจุบัน ใครก็สามารถทำรถยนต์ไฟฟ้าได้ แต่สนามแข่งที่ท้าทายกว่านั่นคือการแข่งขันด้านเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ หรือ Ai นั่นเอง เพราะหากต้องการเป็นคู่แข่ง Tesla ละก้อ การที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าวิ่งได้ไกลนั้นยังไม่พอ คุณต้องมีเทคโนโลยี Ai ที่ล้ำหน้าสุดๆด้วย  ก็ต้องดูกันต่อไปว่า รถยนต์ไฟฟ้าของ Sony คันนี้ เมื่อถูกพัฒนาจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ตัวรถจะเจ๋งแค่ไหน จะเทียบชั้นเทสล่าได้รึเปล่า  เพื่อนๆละครับ คิดเห็นยังไงบ้างกับทิศทางการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ในอนาคตควรจะไปในทิศทางไหน คิดเห็นยังไงคอมเม้นมาคุยกันนะครับ

Related Posts