TESLA เปิดตัว Tesla Model S โฉมใหม่เน้นปรับปรุงภายในใหม่ทั้งหมด เร่งจากจาก 0 – 100 กม./ชม ใน 1.9 วินาที

สำหรับ Tesla Model S นั้น นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกและครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้ นับตั้งแต่เปิดตัวทำตลาดตั้งแต่ปี 2012   ซึ่งต้องบอกว่าภายในรถถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด รวมถึงระบบต่างๆที่เรียกว่ามาเหนือเมฆสุดๆ จะมีอะไรเจ๋งบ้างไปดูกันครับ

ก่อนอื่นต้องบอกว่าภายนอกตัวรถนั้นยังคงใช้โฉมเดิมนะครับ มีเพียงส่วนหลังคาเท่านั้นที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นหลังคากระจกทั้งบาน ไม่มีเสาตรงกลางอีกต่อไป

ขยับเข้ามาภายใน สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอันดับแรกเลยคือ จอควบคุมส่วนกลางถูกปรับให้เป็นแนวนอน แบบ Model 3 และ Model Y  ซึ่งเราคาดว่า Tesla จะปรับให้ใช้จอแนวนอนทั้งหมดในอนาคต ซึ่งจะง่ายต่อการออกแบบอินเตอร์เฟส  เพราะถ้ารถบางรุ่นใช้จอแนวนอน และอีกรุ่นใช้จอแนวตั้ง นั่นหมายความว่า ทีมออกแบบ UI (User Interface) จะต้องทำงานถึงสองครั้ง

ด้านสเปคของจอนั้น มาพร้อมกับความกว้างขนาด 17 นิ้ว ความละเอียด 2200 x 1300 พิกเซล ultra-bright color  CPU แบบใหม่ประมวณผลที่ความเร็ว 10 teraflops สามารถประมวลผลคำสั่งได้ 10 ล้านล้านคำสั่งต่อวินาที ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะ ซึ่งสามารถเล่นเกม The Witcher 3 และ Cyberpunk 2077 ได้ด้วย

และอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือพวงมาลัยแบบตัด ที่ทาง tesla เรียกว่า “York steering” สำหรับพวงมาลัยนี้จะใช้แบบเดียวกันกับ Tesla Roadster ที่กำลังจะวางจำหน่ายในเร็วๆนี้  ส่วนเหตุผลของการออกแบบพวงมาลัยแบบนี้ยังไม่แน่ชัดว่าเพราะอะไร ซึ่งผมเชื่อว่าหลายคนคงไม่คุ้นเคยอย่างแน่นอน อย่างหนึ่งที่พอเป็นไปได้คือ Tesla Model s จะมาพร้อมกับระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 ทั้งหมด ฉนั้นการใช้งานพวงมาลัยอาจจะไม่จำเป็นมากนัก นอกจากนั้นการที่พวงมาลัยเป็นแบบตัด จะทำให้ผู้ขับขี่สามารถมองจอแสดงผลขับขี่ด้านหน้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามบางสื่อในต่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่า Tesla อาจจะไม่ใช้พวงมาลัยแบบนี้ก็ได้ เพราะไม่ถนัดนักเมื่อต้องใช้งานจริง

ในส่วนของผู้โดยสารด้านหลังนั้น Tesla ก็เอาใจด้วยการติดตั้งจอขนาด 8 นิ้วมาให้ โดยจอดังกล่าวจะสามารถใช้งานได้ปกติเหมือนจอด้านหน้าทุกอย่าง ซึ่งจะสามารถเปิดดูหนังได้เฉพาะตอนที่จอดรถสนิทเท่านั้น

ด้านสมรรถนะของรถนั้น  สำหรับ Tesla Model S จะมีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย คือรุ่น Long range ,Plaid และ Plaid+  โดยอัตราเร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น รุ่น Plaid และ Plaid+ ทำได้ใน 1.99 วินาที เรียกว่ากดคันเร่งที วิญญาณแทบจะออกจากร่างเลยทีเดียว

ตัวรถทำความเร็วสูงสุดได้ 248 km/h ในรุ่น Long range และ 320 km/h สำหรับรุ่น Plaid และ Plaid+

ส่วนระทางที่รถสามารถวิ่งได้ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง

  • รุ่น Long range  659 km
  • รุ่น Plaid  624 km
  • รุ่น Plaid+ ทำได้ 832 km

 

สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้ขับเคลื่อนนั้น แน่นอนว่าจะเป็นแบตเตอรี่ 4680 ซึ่งเป็นแบตเตอรี่รุ่นใหม่ล่าสุดของเทสล่าที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วอย่างแน่นอน

ส่วนด้านราคาจำหน่ายนั้น จะเริ่มต้นที่ 79,990 ดอลล่าสหรัฐ (2.4 ล้านบาท) ในรุ่น Long range

119,990 ดอลล่าสหรัฐ (3.6 ล้านบาท) ในรุ่น Plaid

139,990 ดอลล่าสหรัฐ (4.2 ล้านบาท) สำหรับรุ่นท็อปสุดอย่าง Plaid+

เป็นยังไงบ้างครับสำหรับ Tesla Model S รุ่นปรับโฉมใหม่ หรูหราและแรงโดนใจใครบ้างรึเปล่า เห็นแบบนี้แล้ว มีใครอยากให้เทสล่าเข้าทำตลาดที่ไทยเหมือนผมบ้าง

Related Posts