ชาร์จไฟ เร็วเท่าเติมน้ำมัน ใกล้ความจริงมากขึ้น กับ Project Trinity

สำหรับ Volkswagen นั้นถือเป็นกลุ่มบริษัทที่แสดงจุดยืน และเป้าหมายอย่างชัดเจนในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทางกลุ่มบริษัทมีการทุ่มงบกว่า 43,000 ล้านดอลล่าสหรัฐ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า  และแม้ว่ากระแสรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันจะได้รับการตอบรับดีมากแค่ไหน อย่างไรก็ยังคงมีจุดด้อยอยู่ นั่นคือเวลาในการรีชาร์จพลังงานนั่นเอง

ล่าสุดทาง Volkswagen ได้เผยภาพทีเซอร์ และชื่อโครงการใหม่ที่ชื่อว่า Trinity ซึ่งเป็นโปรเจ็คพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยโปรเจ็คดังกล่าวจะประกอบไปด้วยสามส่วนสำคัญคือ แพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์และซอร์ฟแวร์อิจฉริยะที่พัฒนาขึ้นใหม่ การลดความซับซ้อนในการผลิตตัวถัง และการใช้กระบวนการผลิตแบบเครือข่ายเต็มรูปแบบอย่างชาญฉลาดที่โรงงานหลักใน Wolfsburg.

นอกจากนั้น Project Trinity จะมีการพุ่งเป้าไปที่การพัฒนาระบบชาร์จไฟแบบใหม่ซึ่งทาง Volkswagen ให้นิยามไว้ว่า “charging as fast as refueling” หมายถึงการชาร์จทำได้เร็วพอๆกับการเติมน้ำมันนั่นเอง

ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวนั้นก็ค่อนข้างมีการสอดรับกับการให้ข้อมูลของ Volkswagen ก่อนหน้านี้ในงาน Power Day ที่บอกว่าทางกลุ่มมีแผนจะเปิดตัวแบตเตอรี่แบบใหม่ที่เป็น Solid state  ที่สามารถชาร์จไฟเต็มได้ใน 12 นาทีเท่านั้น โดยแผนการเปิดตัวแบตเตอรี่รุ่นดังกล่าวถูกตั้งเป้าไว้ในปี 2025 ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งปี ก่อนแผนเปิดตัวของรถยนต์ไฟฟ้าใน Project Trinity จึงทำให้ค่อนข้างเป็นที่แน่ชัดว่าแบตเตอรี่แบบ Solid state จะถูกนำมาใช้ใน Project ดังกล่าวอย่างแน่นอน
อ่านเพิ่มเติม Volkswagen AMAROK กระบะพันธุ์ดุจาก Volkswagen

นอกจากนั้น Volkswagen ยังบอกอีกว่า รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตของแบรนด์นั้น จะมีรุ่นย่อยที่น้อยลง โดย Hardware ส่วนใหญ่ที่มากับรถนั้นจะเป็นมาตรฐานที่เท่ากัน  แต่ความแตกต่างนั้นจะขึ้นอยู่กับ Software ที่ลูกค้าสามารถเลือกอัพเดตได้ตามความต้องการ เพื่อปลดล็อคฟังก์ชั่นต่างๆของรถ  ซึ่งสามารถเลือกอัพเดตภายหลังได้หลังจากซื้อรถไปแล้ว  นอกจากนั้นตัวรถจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 อีกด้วย

ด้วยเหตุผลดังกล่าวจะทำให้ Volkswagen สามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้ เนื่องจากไม่ต้องมีไลน์การผลิตชิ้นส่วนที่หลากหลายเกินไป และเมื่อมีการลดชิ้นส่วนการผลิตน้อยลง จะทำให้สามารถผลิตได้เร็วขึ้นและมากขึ้นอีกด้วย นั่นจะทำให้สามารถส่งรถถึงมือลูกค้าได้เร็วขึ้น

โดยในปี 2020 ที่ผ่านมา Volkswagen ขายรถยนต์ไฟฟ้าของตัวเองได้ 231,600 คัน โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดเป็น Volkswagen  ID.3 ซึ่งขายได้ 56,500 คัน ส่วนรุ่น e-Golf และ e-up ตัวเลขอยู่ที่ 41,300 และ 22,200 ตามลำดับ ส่วนกลุ่มรถหรูอย่าง Audi e-tron นั้นอยู่ที่ 47,300 คัน ซึ่งจากตัวเลขนั้นจะเห็นว่า กระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้านั้นเพิ่มขึ้นอย่างแต่เนื่อง

แต่หากคุณมองว่า Volkswagen ขายได้เยอะแล้วนั้น ต้องบอกว่าตัวเลขดังกล่าว ยังไม่ถึงครึ่งของยอดขาย Tesla ด้วยซ้ำ โดยในปี 2020 ที่ผ่านมา Tesla มียอดขายมากกว่า 500,000 คัน โตขึ้นถึง 214 % นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม กลุ่ม Volkswagen ถึงต้องทุ่มเงินกว่า 43,000 ล้านดอลล่าสหรัฐ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า นั่นก็เพราะว่า Volkswagen มีคู่แข่งที่น่ากลัวอย่าง tesla ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หาก Volkswagen ต้องการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า แน่นอนว่าก็ต้องเริ่มลุยตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะช้าเกินไป 

อย่างไรก็ตาม สำหรับเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบ Solid state นั้นไม่ได้มีเพียง Volkswagen เท่านั้นที่พยายามพัฒนา ในฝั่งของ toyota เองก็เคยออกมาบอกว่ามีแผนจะเปิดตัวแบตเตอรี่ Solid state ที่สามารถชาร์จเต็มใน 5 นาทีเท่านั้น รวมไปถึงฝั่งของจีนอย่าง Nio ก็มีข่าวว่าจะอัพเกรดรถยนต์ของตัวเองเพื่อไปใช้แบตเตอรี่แบบ solid state เร็วๆนี้  ก็ต้องติดตามกันต่ออีกนิด ว่าใครจะเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าตัวจริง

ที่มา Volkswagen

Related Posts